สำนักงานสถิติแห่งชาติ ในฐานะที่เป็นองค์กรในการผลิตข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นของประเทศ (Fundamental Statistics) และเป็นหน่วยงานกลางที่มีภารกิจในการบริหารจัดการระบบสถิติของประเทศให้เป็นเอกภาพ  โดยมีกลไกการดำเนินงานคือ การจัดทำแผนแม่บทระบบสถิติประเทศไทย พ.ศ. 2554 – 2558   เพื่อกำหนดกรอบความรับผิดชอบของหน่วยสถิติในการจัดทำสถิติให้สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ และเพื่อกำหนดมาตรฐานในการนำไปใช้เป็นแนวทางในการผลิตสถิติของหน่วยสถิติให้มีความถูกต้องตามหลักวิชาการ และสอดคล้องกับหลักมาตรฐานสากล โดยเฉพาะสถิติที่มีความสำคัญต่อการนำเสนอสถานการณ์ของประเทศ หรือเรียกว่า “สถิติทางการ” (Official Statistics)  ซึ่งสถิติดังกล่าวต้องเป็นสถิติที่มีระบบการผลิตที่ถูกต้องตามหลักการที่วางไว้อย่างเป็นระบบ และมีมาตรฐานคุณภาพที่กำหนด รวมถึงเป็นสถิติที่มีการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง (Reference) ที่มีความน่าเชื่อถือสูง  

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันประเทศไทยยังขาดระบบการจัดการคุณภาพสถิติทางการและเครื่องมือในการจัดการคุณภาพของสถิติที่ผลิตขึ้นจากหน่วยงานต่างๆ  ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานและโครงการต่างๆ เกิดปัญหาด้านความเป็นเอกภาพและผู้ต้องการใช้สถิติไม่มีความมั่นใจเพียงพอต่อการนำสถิติดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมากสำหรับการบริหารจัดการระบบสถิติและการตัดสินใจสำคัญระดับประเทศ สำนักงานสถิติแห่งชาติจึงจัดทำแผนพัฒนาการจัดการคุณภาพสถิติทางการประเทศไทย พ.ศ. 2557 – 2561  เพื่อให้บรรลุตามเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ที่ 2 ของแผนแม่บทระบบสถิติประเทศไทย พ.ศ. 2554 – 2558 ดังกล่าว  และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมและอย่างมีประสิทธิภาพ

การประเมินสถานการณ์การจัดการคุณภาพสถิติทางการประเทศไทยปัจจุบัน
เพื่อให้การจัดทำแผนพัฒนาการจัดการคุณภาพสถิติทางการประเทศไทย พ.ศ. 2558 – 2562 ได้ดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้องและเหมาะสม สำนักงานสถิติแห่งชาติจึงได้ทำการศึกษาวิเคราะห์พระราชบัญญัติ กฎกระทรวง ระเบียบข้อบังคับ กฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี หรือแผนการปฏิบัติราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการคุณภาพสถิติทางการ ซึ่งผลการศึกษาดังกล่าว ได้นำมาใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ลักษณะปัจจัยภายในและภายนอก (SWOT Analysis) ของการจัดการคุณภาพสถิติทางการในปัจจุบัน สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

 

ปัจจัยภายใน
ความเข้มแข็งของการจัดการคุณภาพสถิติทางการในปัจจุบัน (Strength: S)
1. มีพระราชบัญญัติสถิติ พ.ศ. 2550 ที่กำหนดภารกิจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในการจัดทำแผนแม่บทเกี่ยวกับการดำเนินงานทางสถิติของรัฐในมาตรา 6(1) ซึ่งคุณภาพสถิติทางการเป็นสิ่งสำคัญในการนำสถิติทางการไปใช้ประโยชน์ (แต่มิได้ระบุไว้ใน พรบ.สถิติ อย่างชัดเจน)
2. มีแผนแม่บทระบบสถิติประเทศไทย พ.ศ. 2554 – 2558 ขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาคุณภาพสถิติทางการ โดยหนึ่งในคุณสมบัติสถิติทางการคือ ต้องเป็น “สถิติที่มาจากกระบวนการผลิตที่
ถูกต้องตามมาตรฐาน การจัดหมวดหมู่ และมาตรฐานคุณภาพที่กำหนด” โดยระบุในยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาข้อมูลสถิติให้มีมาตรฐาน เพื่อให้การผลิตสถิติทางการของประเทศเป็นมาตรฐานตามหลักสากล มีคุณภาพ และสามารถเปรียบเทียบกันได้ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ
3. มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2556 ให้ความเห็นชอบในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การนำแผนพัฒนาสถิติรายสาขาเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติราชการของกระทรวง กรม ให้คงอัตรากำลังด้านสถิติในหน่วยงาน และให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องปรับแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีในการจัดทำข้อมูลสถิติตามที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาสถิติรายสาขา
4. มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการเก็บรวบรวมการวิเคราะห์และการเผยแพร่ข้อมูล

 

ความอ่อนแอของการจัดการคุณภาพสถิติทางการในปัจจุบัน (Weakness: W)
1. พระราชบัญญัติสถิติ พ.ศ. 2550 ไม่ได้กำหนดความรับผิดชอบในด้านการ จัดการคุณภาพสถิติทางการของประเทศไว้อย่างชัดเจน
2. ขาดหน่วยสถิติที่รับผิดชอบงานสถิติโดยตรงในระดับกรม
3. ขาดบุคลากรที่มีความรู้และทักษะในการผลิตและการใช้สถิติทางการ
4. เก็บรวบรวมสถิติทางการซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน
5. เก็บรวบรวมสถิติทางการที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เป็นภาระกับผู้ให้ข้อมูลและการเก็บรักษาสถิติทางการ
6. ขาดมาตรฐานในการผลิต การใช้ และการเผยแพร่สถิติทางการ
7. เผยแพร่สถิติทางการล่าช้าและไม่สม่ำเสมอ

 

ปัจจัยภายนอก

โอกาสในการพัฒนาการจัดการคุณภาพสถิติทางการของประเทศ (Opportunity: O)
1. รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนด้านคุณภาพของสถิติทางการ
2. “หลักการพื้นฐานของสถิติทางการ (The Fundamental Principles of Official Statistics)” ที่คณะกรรมาธิการสถิติแห่งสหประชาชาติได้ให้การรับรอง ว่าเป็นหลักการพื้นฐานของระบบสถิติของประเทศต่างๆ ทั่วโลกสมควรนำไปปฏิบัติตาม จะช่วยส่งเสริมให้หน่วยสถิติใช้ในการจัดทำสถิติทางการให้มีคุณภาพ เชื่อถือได้ เป็นที่ยอมรับจากผู้ใช้ทั้งภายในและระหว่างประเทศ
3. มีหน่วยสถิติต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการคุณภาพสถิติที่ถือเป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) สำหรับประเทศไทย
4. ความต้องการใช้สถิติทางการที่มีคุณภาพจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนมีมากขึ้น
5. มีเทคโนโลยีที่สามารถนำมาใช้ในการเพิ่มคุณภาพสถิติทางการมากขึ้นทั้งในด้านการผลิต การเผยแพร่ และการนำไปใช้ประโยชน์

 

อุปสรรคในการพัฒนาการจัดการคุณภาพสถิติทางการของประเทศ (Threat: T)
1. ขาดการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพสถิติ
2. ขาดความเที่ยงตรงและความเป็นอิสระในการผลิตและบริหารจัดการคุณภาพสถิติทางการที่ได้มาตรฐาน
3. ขาดงบประมาณและบุคลากรที่รับผิดชอบงานด้านสถิติอย่างเป็นทางการในหน่วยงาน
4. ขาดองค์ความรู้ด้านการจัดการคุณภาพสถิติทางการ
5. ขาดการเก็บรักษาความลับของข้อมูลและความเสมอภาคการให้บริการสถิติทางการ

 

ผลการวิเคราะห์ TOWS Matrix นำไปสู่ข้อเสนอดังนี้
SO ใช้พระราชบัญญัติสถิติให้เป็นประโยชน์ในการขอความร่วมมือกับหน่วยสถิติในการผลิตสถิติทางการที่มีคุณภาพ และใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการเพิ่มคุณภาพการเก็บรวบรวม การเผยแพร่ และการนำสถิติทางการไปใช้ประโยชน์
ST ใช้พระราชบัญญัติสถิติเพื่อให้เกิดความชัดเจนในนโยบาย ข้อบังคับของหน่วยสถิติในเรื่องความเที่ยงตรงของการผลิต การเก็บรักษา   การเผยแพร่ และการให้บริการสถิติทางการ
WO ใช้นโยบายสนับสนุนคุณภาพสถิติทางการของรัฐเพื่อช่วยยกระดับมาตรฐานสถิติทางการ ลดความซ้ำซ้อนในการผลิต และเพิ่มประสิทธิ์ภาพในการเผยแพร่และให้บริการสถิติทางการ
WT ใช้นโยบายสนับสนุนคุณภาพสถิติทางการและเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการสร้างบุคลากรระดับกรมให้มีความรู้และประสบการณ์ในการผลิต การเผยแพร่ และการใช้ประโยชน์สถิติทางการ

 

จากการประเมินสถานการณ์ในเบื้องต้น ควรกำหนดให้มีการพัฒนาการจัดการคุณภาพสถิติทางการประเทศไทย เพื่อให้สถิติทางการของประเทศมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล และเกิดความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพสถิติทางการของประเทศ อันจะนำไปสู่การจัดการคุณภาพอย่างยั่งยืน

ภาพ 4 กรอบแนวคิดการจัดทำแผนพัฒนาการจัดการคุณภาพสถิติทางการ