แนวทางการจัดการคุณภาพสถิติทางการ


แนวทางในการจัดการคุณภาพสถิติทางการของประเทศไทย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสถิติทางการตามแนวคิดที่ว่า  “การพัฒนาสถิติทางการตามแผนแม่บทระบบสถิติประเทศไทยยึดหลักที่อ้างอิงตามหลักการพื้นฐานสถิติทางการตามมาตรฐาน UN โดยขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติเพื่อพัฒนาคุณภาพสถิติทางการผ่านหลักปฏิบัติเพื่อการจัดการคุณภาพสถิติทางการประเทศไทย (Thailand Code of Practice: TCoP)”  โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติมีหน้าที่สำคัญคือ ต้องพัฒนามาตรฐานการผลิตสถิติเพื่อเป็นแนวทางและองค์ความรู้ในการผลิตสถิติให้หน่วยงานนำไปใช้ เช่น กระบวนการผลิตสถิติ กรอบแนวคิดการผลิตสถิติ การเผยแพร่สถิติ เป็นต้น ควบคู่ไปกับ Coaching เพื่อส่งเสริมการใช้มาตรฐานสถิติ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์สถิติ ส่งเสริมการพัฒนาคน/หน่วยสถิติ และส่งเสริมหน่วยสถิติให้พัฒนาคุณภาพสถิติให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ 


แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะมีการพัฒนาหลักปฏิบัติเพื่อการจัดการคุณภาพสถิติทางการประเทศไทย (Thailand Code of Practice: TCoP) ขึ้น โดยมีความเชื่อมั่นว่า หากหน่วยงานได้นำเอากรอบการจัดการคุณภาพมาใช้จะส่งผลให้ข้อมูลสถิติมีคุณภาพที่ดี รวมถึงมีการพัฒนาและส่งเสริมให้มีการใช้มาตรฐานสถิติแล้ว  แต่จะทราบได้อย่างไรว่า ข้อมูลสถิติที่ผลิตได้มีคุณภาพและได้รับการปรับปรุงคุณภาพอยู่เสมอเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ (fit for use)  ดังนั้นสุดท้ายของการจัดการคุณภาพสถิติทางการ ยังจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการประเมินคุณภาพสถิติทางการ อันได้แก่ การประเมินคุณภาพสถิติทางการด้วยตนเอง ผู้ใช้ และผู้เชี่ยวชาญ ดังภาพ 

 

อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการประเมินคุณภาพนั้น การเลือกใช้วิธีการและเครื่องมือการประเมินคุณภาพที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทของหน่วยสถิติ คือ ปัจจัยแห่งความสำเร็จของการประเมินคุณภาพอย่างแท้จริง เนื่องจากจะทำให้ได้ผลการประเมินที่ถูกต้อง พร้อมสำหรับการนำมาใช้ในการวางแผนควบคุมและปรับปรุงคุณภาพได้อย่างเป็นระบบ  

ภาพ 12  กรอบการจัดการคุณภาพสถิติทางการของประเทศ

 

 

ด้วยเหตุนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจึงควรจัดทำคู่มือวิธีการและเครื่องมือในการประเมินคุณภาพข้อมูลสถิติ เพื่อเป็นแนวทางให้แก่หน่วยสถิติมีความรู้ความเข้าใจ มีแนวทางดำเนินการประเมินคุณภาพข้อมูลสถิติอย่างเป็นระบบ และเป็นแนวทางในการวางแผนการจัดการคุณภาพให้แก่ผู้บริหารสูงสุดได้   โดยควรมุ่งเน้นวิธีการและเครื่องมือการประเมินคุณภาพตามกรอบการจัดการคุณภาพของประเทศไทยเพียง 2 ด้าน คือ กระบวนการทางสถิติ (Statistical Processes) และผลผลิตทางสถิติ (Statistical Output) ซึ่งครอบคลุม 7 หลักปฏิบัติ   แต่เมื่อพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ของการประเมินคุณภาพที่ต้องการให้เกิดการพัฒนาคุณภาพของข้อมูลสถิติอย่างต่อเนื่องพบว่า นอกจากกระบวนการทางสถิติและผลผลิตทางสถิติแล้ว ยังมีอีกองค์ประกอบหนึ่งที่จะช่วยให้เกิดการพัฒนาคุณภาพได้อย่างแท้จริง คือ การรับรู้ของผู้ใช้ต่อผลผลิตทางสถิติ เนื่องจากทั้ง 3 ส่วนมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด กล่าวคือ 
 
ความสัมพันธ์ระหว่างผลผลิตทางสถิติกับกระบวนการทางสถิติ พบว่าผลผลิตที่มีคุณภาพมาจากกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพ และการออกแบบกระบวนการผลิตที่แตกต่างกันย่อมส่งผลให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพแตกต่างกันด้วย รวมถึงควรตระหนักว่า ในการออกแบบกระบวนการผลิตไม่สามารถออกแบบให้ผลผลิตมีคุณภาพสูงในทุกหลักปฏิบัติได้ (เช่น ผู้ผลิตอาจจำเป็น ต้องเลือกให้ความสำคัญระหว่างความถูกต้องแม่นยำกับความเหมาะสมของเวลา ก่อนออกแบบกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตตามที่ต้องการ เป็นต้น)
 
ความสัมพันธ์ระหว่างผลผลิตทางสถิติกับการรับรู้ของผู้ใช้ต่อผลผลิตทางสถิติ พบว่าการรับรู้ของผู้ใช้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของผลผลิต แต่ในบางครั้งผู้ใช้รับรู้ถึงคุณภาพของผลผลิตแตกต่างจากที่ผู้ผลิตรับรู้  เนื่องจากผู้ใช้จะมีมุมมองและการให้ลำดับความสำคัญด้านคุณภาพเป็นของตนเอง เช่น ผู้ใช้อาจให้ความสำคัญกับหลักปฏิบัติเรื่องความเหมาะสมของเวลามากกว่าความถูกต้องแม่นยำ เป็นต้น  ด้วยเหตุนี้การประเมินคุณภาพจึงควรมีคำถามที่ถามผู้ใช้ว่า “คุณคิดว่าคุณภาพของผลผลิตเป็นอย่างไร”
 
จากเหตุผลที่กล่าวข้างต้น ในการพัฒนาวิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินคุณภาพข้อมูลสถิติของประเทศไทย ควรกำหนดกรอบการประเมินคุณภาพออกเป็น 3 ด้าน คือ
 
 

แนวคิดของวิธีการและเครื่องมือประเมินคุณภาพข้อมูลสถิติ