พระราชบัญญัติสถิติ พ.ศ.2550

 

 

 

 

สำนักงานสถิติแห่งชาติ ในฐานะเป็นหน่วยงานกลางของรัฐในการดำเนินการเกี่ยวกับสถิติ ทั้งในบทบาทของการจัดระบบบริหารสถิติของประเทศให้มีประสิทธิภาพ และเป็นหน่วยงานหลักในการผลิตข้อมูลสถิติที่สำคัญเพื่อติดตาม ประเมินผล และสนับสนุนการดำเนินการตามนโยบายและแผนงานของรัฐ  กลไกหนึ่งที่สำคัญในการขับเคลื่อนบทบาทดังกล่าวไปสู่ความสำเร็จคือ “มาตรฐานสถิติ” ที่เป็นเสมือน “โครงสร้างหลัก” ของการผลิตสถิติเพื่อนำไปสู่การแบ่งปันข้อมูลเพื่อการใช้งานร่วมกันดังที่กำหนดไว้ในภายใต้พระราชบัญญัติสถิติ พ.ศ. 2550 ดังนี้

 

- มาตรา 6 (2) ให้สำนักงานสถิติมีอำนาจหน้าที่จัดทำมาตรฐานสถิติเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ

- มาตรา 8 หน่วยงานต้องจัดทำสถิติให้เป็นไปตามแผนกำหนดความรับผิดชอบตามมาตรา 6 (5)  และดำเนินการให้ถูกต้องตามมาตรฐานสถิติ

 

 

หลักการพื้นฐานสถิติทางการ
(The Fundamental Principles of Official Statistics: FPOS)

 

 

“การพัฒนาสถิติทางการตามแผนแม่บทระบบสถิติประเทศไทยยึดหลักอ้างอิงตามหลักการพื้นฐานสถิติทางการ (The Fundamental Principles of Official Statistics) ตามมาตรฐานองค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN)” ประกอบด้วย 10 หลักการ ดังนี้

หลักการที่ 1 ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ มีความ เป็นกลาง และเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม 

หลักการที่ 2 ผลิตตามมาตรฐานวิชาชีพ หลักวิชาการ และจรรยาบรรณวิชาชีพ

หลักการที่ 3 เผยแพร่อย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้

หลักการที่ 4 ป้องกันการใช้อย่างไม่ถูกต้อง

หลักการที่ 5 เลือกแหล่งข้อมูลที่เหมาะสม

หลักการที่ 6 รักษาข้อมูลเป็นความลับโดยเคร่งครัด

หลักการที่ 7 เผยแพร่กฎหมายเกี่ยวกับระบบสถิติ

หลักการที่ 8 ประสานความร่วมมือภายในประเทศ

หลักการที่ 9 ใช้มาตรฐานสากล

หลักการที่ 10 พัฒนาระบบสถิติผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ

 

 

 

มาตรฐานสถิติเป็นหลักการที่ 9 ของหลักพื้นฐานสถิติทางการ คือ “ใช้มาตรฐานสากล” นั่นหมายถึง หน่วยสถิติควรใช้แนวคิด คำนิยาม การจัดจำแนก และวิธีการผลิตที่เป็นมาตรฐานและสอดคล้องกับสากล ซึ่งช่วยส่งเสริมระบบสถิติในทุกระดับให้มีคุณภาพ มีความสอดคล้อง และมีประสิทธิภาพเพื่อนำไปสู่การบูรณาการสถิติ  และต้องประสานกับหน่วยสถิติภายในประเทศให้เกิดการรับรู้และมีนำมาตรฐานไปใช้ในการผลิตสถิติทางการ 

 

 

หลักปฏิบัติเพื่อการจัดการคุณภาพสถิติทางการประเทศไทย
(Thailand Statistics Code of Practice: TCoP)

 

แนวคิดในการบริหารจัดการคุณภาพสถิติทางการที่ให้ความสำคัญในเรื่องความต้องการของผู้ใช้หรือเหมาะสมกับวัตถุประสงค์/การนำไปใช้ (fit for use) โดยมีกรอบแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้ได้สถิติทางการที่ดี คือ หลักการพื้นฐานสถิติทางการ 10 ประการ ที่เป็นเหมือนกรอบเชิงนโยบายของ UN มาถอดออกเป็นหลักปฏิบัติสถิติทางการ (Code of Practice for Official Statistics) เพื่อให้เข้าใจง่ายในเชิงปฏิบัติ ซึ่งประกอบด้วย 9 หลักปฏิบัติ ดังนี้


สภาพแวดล้อมของสถาบัน (Institutional Environment)
หลักปฏิบัติข้อที่ 1  ความเป็นอิสระและความเป็นมืออาชีพ (Professional and Independence)
หลักปฏิบัติข้อที่ 2  การเก็บรักษาความลับของข้อมูล (Statistical Confidentiality)
กระบวนการทางสถิติ (Statistical processes)
หลักปฏิบัติข้อที่ 3  ความถูกต้องของระเบียบวิธีทางสถิติ (Sound Methodology)
หลักปฏิบัติข้อที่ 4  กระบวนการสถิติที่เหมาะสม (Appropriate Statistical Procedures)
ผลผลิตสถิติทางการ (Statistical outputs)
หลักปฏิบัติข้อที่ 5  ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ (Relevance)
หลักปฏิบัติข้อที่ 6  ความถูกต้องแม่นยำและเชื่อถือได้ (Accuracy and Reliability)
หลักปฏิบัติข้อที่ 7  ความเหมาะสมของเวลาและการตรงต่อเวลา (Timeliness and Punctuality)
หลักปฏิบัติข้อที่ 8  ความสอดคล้องและเปรียบเทียบกันได้ (Coherence and Comparability)
หลักปฏิบัติข้อที่ 9  การเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย (Accessibility)


มาตรฐานสถิติ เป็นหลักปฏิบัติข้อที่ 8 ของหลักปฏิบัติเพื่อการจัดการคุณภาพสถิติทางการประเทศไทย กล่าวคือ “สถิติทางการมีความสอดคล้อง สามารถเปรียบเทียบข้ามช่วงเวลา และสามารถบูรณาการข้อมูลจากหลายแหล่งได้” หมายความว่า สถิติทางการให้ความสำคัญกับคุณภาพในแง่ของความสอดคล้องของข้อมูลที่ผลิตขึ้นในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน (Coherence) และความสามารถในการเปรียบเทียบสถิติได้ถึงแม้ว่าจะเป็นสถิติที่ผลิตขึ้นจากหน่วยงานที่แตกต่างกันก็ตาม (Comparability) เพื่อนำไปสู่การบูรณาการและแลกเปลี่ยนสถิติร่วมกัน